คำตอบสั้น ๆ: ต้นทุนแบ่งเป็นสองก้อนที่ต่างกันคนละเรื่อง — ค่าทำครั้งแรกซึ่งขึ้นกับว่าบอทต้องฉลาดแค่ไหน และค่ารายเดือนซึ่งขึ้นกับจำนวนข้อความที่คุยจริง บอทที่ตอบตามคำที่ตั้งไว้ล่วงหน้าเริ่มต้นได้ในหลักพัน ส่วนบอทที่ตอบจากเอกสารของธุรกิจเองและต่อเข้าระบบหลังบ้านมักอยู่หลักหมื่นขึ้นไป และคุ้มก็ต่อเมื่อคุณมีคำถามซ้ำ ๆ มากพอที่จะประหยัดเวลาคนได้จริง
ต้นทุนจริงแยกเป็น 4 ก้อน
เวลาขอใบเสนอราคาแล้วได้ตัวเลขก้อนเดียว ให้ขอแยกเป็นสี่ก้อนนี้เสมอ จะเทียบเจ้าต่อเจ้าได้ทันทีว่าใครกินกำไรตรงไหน
ค่าพัฒนาครั้งแรก
คือค่าออกแบบบทสนทนา เตรียมคลังคำตอบ และต่อระบบ ก้อนนี้ต่างกันได้หลายเท่าตามความซับซ้อน ถ้าบอทแค่ตอบคำถามที่พบบ่อยกับส่งลิงก์ ราคาจะต่างจากบอทที่ต้องเช็กสถานะคำสั่งซื้อให้ลูกค้าอย่างมาก
ค่าส่งข้อความของ LINE เอง
ก้อนนี้ไม่เกี่ยวกับคนทำบอท เป็นค่าบริการที่จ่ายให้ LINE ตามแพ็กเกจและจำนวนข้อความที่ส่งออกในแต่ละเดือน ธุรกิจที่ยิงข้อความหาลูกค้าเยอะจะเจอก้อนนี้หนักกว่าธุรกิจที่รอลูกค้าทักเข้ามา
ค่าประมวลผลของ AI
คิดตามปริมาณข้อความที่เข้าโมเดลจริง ยิ่งบอทต้องอ่านเอกสารเยอะก่อนตอบ ยิ่งแพงต่อครั้ง ก้อนนี้มักเล็กในเดือนแรกแล้วโตตามยอดแชท จึงเป็นก้อนที่ควรถามให้ชัดว่าใครเป็นคนจ่ายและคิดยังไงเมื่อเกินโควตา
ค่าดูแลต่อเนื่อง
บอทที่ไม่มีคนดูแลจะแย่ลงเรื่อย ๆ เพราะสินค้าเปลี่ยน ราคาเปลี่ยน แต่คำตอบยังเป็นของเดิม ก้อนนี้คือค่าที่หลายเจ้าไม่พูดถึงตอนขาย แล้วมาโผล่ตอนคุณอยากแก้คำตอบเดือนที่สาม
สามระดับของแชทบอท — เลือกให้ตรงกับปัญหาที่มี
ระดับ 1 ตอบตามคำที่ตั้งไว้
ผู้ใช้พิมพ์คำที่ตรงกับที่ตั้งไว้ บอทตอบข้อความที่เตรียมไว้ ไม่มี AI เข้ามาเกี่ยวเลย ข้อดีคือถูก เร็ว และคาดเดาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีวันตอบมั่ว ข้อเสียคือถ้าลูกค้าพิมพ์ไม่ตรงก็หลุดทันที เหมาะกับธุรกิจที่คำถามซ้ำจริง ๆ เช่น เวลาทำการ ที่ตั้ง วิธีสั่งซื้อ
ระดับ 2 ตอบจากคลังความรู้ของธุรกิจ
เอาเอกสาร รายการสินค้า และคำถามที่พบบ่อยของคุณใส่เข้าไป แล้วให้ AI เรียบเรียงคำตอบจากของชุดนั้น ระดับนี้คือจุดที่คนส่วนใหญ่ต้องการจริง ๆ เพราะลูกค้าถามยังไงก็ตอบได้ตราบที่คำตอบอยู่ในเอกสาร และคุมไม่ให้มันตอบเรื่องที่ไม่รู้ได้ด้วยการจำกัดขอบเขต
ระดับ 3 ต่อเข้าระบบหลังบ้าน
บอทเช็กสต๊อกจริง ดูสถานะคำสั่งซื้อจริง หรือจองคิวให้ได้เลย ระดับนี้ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดเพราะตัดงานคนออกได้ทั้งขั้นตอน แต่ต้องมีระบบหลังบ้านที่เปิดให้เชื่อมต่อได้อยู่ก่อน ถ้าข้อมูลยังอยู่ในสมุดหรือไฟล์กระจัดกระจาย ต้องแก้ตรงนั้นก่อน ไม่ใช่เริ่มที่บอท
คุ้มตอนไหน ยังไม่คุ้มตอนไหน
คุ้ม เมื่อเข้าเงื่อนไขเหล่านี้พร้อมกัน
มีคนทักเข้ามาทุกวันจนต้องมีคนคอยตอบเป็นงานประจำ
คำถามส่วนใหญ่ซ้ำกันและมีคำตอบตายตัว
เสียลูกค้าจากการตอบช้านอกเวลาทำการอยู่จริง
มีคนในทีมที่จะดูแลและแก้คำตอบให้ทันสมัยได้
ยังไม่คุ้ม ถ้าอยู่ในสถานการณ์เหล่านี้
วันหนึ่งมีคนทักไม่กี่ราย — ค่าดูแลแพงกว่าเวลาที่ประหยัดได้
คำถามเปลี่ยนไปเรื่อยและต้องใช้ดุลพินิจตอบ
สินค้าหรือราคาเปลี่ยนทุกสัปดาห์แต่ไม่มีคนอัปเดตคลังคำตอบ
ปัญหาจริงคือคนหาธุรกิจไม่เจอตั้งแต่แรก ไม่ใช่ตอบไม่ทัน — กรณีนี้ควรไปแก้ที่การมองเห็นก่อน เริ่มจาก เช็กลิสต์แก้ปัญหาค้นเว็บตัวเองไม่เจอ
5 ข้อที่ควรถามก่อนจ้างทำ
คำถามเหล่านี้แยกเจ้าที่ทำงานจริงออกจากเจ้าที่ขายฝันได้เร็วที่สุด
ถ้าบอทเจอคำถามที่ไม่รู้ มันจะทำอะไร — คำตอบที่ถูกคือส่งต่อให้คน ไม่ใช่เดาคำตอบ
ผมแก้คำตอบเองได้ไหมโดยไม่ต้องเรียกคุณ — ถ้าไม่ได้ แปลว่าคุณผูกกับเจ้านั้นไปตลอด
ค่าประมวลผลของ AI ใครจ่าย และถ้าเดือนไหนแชทพุ่งจะเป็นเท่าไหร่
ข้อมูลลูกค้าที่คุยกับบอทถูกเก็บไว้ที่ไหน นานแค่ไหน และมีในนโยบายความเป็นส่วนตัวหรือยัง
ถ้าเลิกใช้บริการ ผมเอาคลังคำตอบและประวัติแชทออกมาได้ไหม
ข้อที่สี่สำคัญกว่าที่คนคิด เพราะบทสนทนาที่ลูกค้าพิมพ์เข้ามามักมีชื่อ เบอร์โทร และที่อยู่ปนอยู่ ซึ่งเข้าข่ายข้อมูลส่วนบุคคลเต็มตัว รายละเอียดว่าต้องทำอะไรบ้างอยู่ใน เช็กลิสต์ PDPA บนเว็บไซต์ธุรกิจ
สรุป
แชทบอทไม่ใช่ของแพงหรือของถูกในตัวมันเอง มันแพงเมื่อซื้อระดับที่เกินปัญหาที่มี และถูกเมื่อเลือกระดับที่ตรงกับงานซ้ำ ๆ ที่กินเวลาทีมอยู่ทุกวัน
วิธีตัดสินใจที่เสียหายน้อยที่สุดคือนับก่อนว่าเดือนที่แล้วมีคนทักมากี่ราย และในนั้นซ้ำกันกี่คำถาม ถ้าตัวเลขสองตัวนี้ไม่มากพอ เงินก้อนเดียวกันเอาไปทำให้คนหาคุณเจอได้ผลกว่า
